#สวรรค์ล่ม ไม่เป็นท่า!! "สาว" ช้ำใจหนัก แต่งงานหลายปี มีเพศสัมพันธ์กับสามีไม่ได้ กว่าจะรู้ตัว เกือบสายไป โร่โพสต์ระบายทันที!! - Jaisanook

Latest

#สวรรค์ล่ม ไม่เป็นท่า!! "สาว" ช้ำใจหนัก แต่งงานหลายปี มีเพศสัมพันธ์กับสามีไม่ได้ กว่าจะรู้ตัว เกือบสายไป โร่โพสต์ระบายทันที!!

Loading...

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ประสบการณ์ของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธุ์กับแฟนหนุ่มแบบสอดใส่ได้ จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไป ทั้งคู่ได้ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่แล้วก็ยังไม่สามารถมีเพศสัมพันธุ์แบบชาย-หญิง ทั่วไปได้สักที จึงได้พากันไปปรึกษาแพทย์ ก่อนจะพบคำตอบว่า "หญิงสาวรายนี้" มีอาการของโรค vaginismus  ซึ่งพบได้ราว 5-17% ของคนทั่วไป และเป็นโรคที่สร้างความร้าวฉานระหว่างคู่รักขึ้นได้ หากไม่ได้รับการบำบัด หรือ รักษา


โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิป หมายเลข 3929739  ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโรค vaginismus หรือ ช่องคลอดหดเกร็ง ซึ่งทำให้เธอและสามีไม่สามารถร่วมรักกันได้เหมือนคนปกติทั่วไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการเป็นกำลังใจ และแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคนที่มีปัญหา vaginismus ให้ได้เรียนรู้และก้ามข้ามโรคชนิดนี้ไปให้ได้  ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

"เราอายุ 30+ปีนะคะ ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนตัวมีบุคลิกเป็นคนร่าเริงอ่อนหวานเพื่อนเยอะ ดูภายนอกเป็นคนปกติมากๆ ปัจจุบันแต่งงานแล้วค่ะ สามีเป็นผู้ชายอ่อนโยนใจดีอายุไล่เลี่ยกัน โดยเราทั้งสองคนเป็นแฟนคนแรกของกันและกัน เราคบเป็นแฟนหลายปีก่อนจะแต่งงานกัน เราแต่งงานช้าเพราะเรียนนาน ตอนนี้แต่งงานมาได้หลายปีแล้วค่ะ ก่อนแต่งงานไม่เคยมีการสอดใส่ หรือที่เรียกว่า sexual intercourse กันมาก่อน โดยให้เหตุผลกับสามีว่าอยากจะรอหลังแต่งงาน หลังแต่งงานกันแล้วนึกว่าจะมีอะไรกันง่ายปรากฏว่าทำยังไงก็ไม่สามารถมีการสอดใส่กันได้เพราะเรากลัวมาก (ความกลัวในที่นี้ คงคล้ายๆกับคนมีอาการphobia อื่นๆ เช่นกลัวที่แคบ กลัวที่สูง กลัวเข็มฉีดยา ซึ่งเป็นความกลัวที่มากกว่าคนปกติ มักมากไปกว่าอันตรายที่อาจจะได้รับจริง)

คุณสามีอ่อนโยนมากมีการเล้าโลมทุกอย่างจนเรารู้สึกพร้อมจะมีเพศสัมพันธุ แต่พอกำลังจะสอดใส่จะมีปัญหาที่เราก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้คือ เราขยับก้นหนีร่วมกับเกร็งหุบขาแข้าหากัน ปากช่องคลอดหดรัดจนบางครั้งยังไม่สอดใส่เราก็เจ็บแล้ว (ปากช่องคลอดในที่นี้คือประมาณ 1/3 ส่วนล่างของช่องคลอดค่ะ) ความรู้สึกของฝ่ายชายจะรู้สึกเหมือน "ชนกำแพง" สำหรับเราอารมณ์ทางเพศทุกอย่างหายไปหมดเหลือแต่ "ความกลัว" เราจะบอกสามีว่าไม่ไหวแล้วเค้าก็หยุด แม้กระทั่งสามีเราซึ่งเป็นคนใจเย็นมากๆก็หัวเสียกับเรื่องนี้พอสมควร แต่เค้าก็ปลอบเรานะคะว่าไม่เป็นไร


หลังแต่งงานประมาณสองอาทิตย์ก็ยังมีอะไรกันไม่ได้ (ไม่ใช่ไม่ได้พยายามนะคะสามีอดกลั้นไม่ล่วงเกินเรามาตลอดหลายปี) เราทั้งคู่พยายามมากๆแต่ก็ไม่สำเร็จ จนสามีซึ่งทำงานในสายสุขภาพบอกว่าเราออาจจะเป็นโรคvaginismusรึเปล่า ตอนแรกเราไม่เชื่อค่ะ ไม่เชื่อว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนี้เพราะปกติเป็นคนแข็งแรงมาตลอดและไม่ได้เป็นคนขี้กลัวอะไร เราจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่านเพิ่มขึ้น ยิ่งอ่านยิ่งมั่นใจว่าเราเป็นโรค vaginismus

สำหรับโรค  "vaginismus" เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดของคู่สมรสที่ไม่มีเพศสัมพันธ์กัน unconsummated marriage เป็นโรคที่เกิดจากความกลัว "กลัวการสอดใส่" เป็นโรคของจิตใจที่มีผลกระทบทางกาย เมื่อรู้ตัวว่าจะมีการสอดใส่ "ช่องคลอดจะหดเกร็ง" vaginal spasm การหดเกร็งนี้เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อที่รายล้อมบริเวณช่องคลอดส่วนล่าง เรียกรวมๆว่ากระบังลมเชิงกราน เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้หดตัวรุนแรงอาจปิดทางผ่านเข้าช่องคลอดบางส่วนหรือเกือบทั้งหมด โดยปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้เราสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง เช่น การขมิบหรือคลายช่องคลอด แต่กรณีของ vaginismus เกิดการหดเกร็งโดยไม่ตั้งใจไม่สามารถควบคุมได้

โดยพบได้ 5-17% หรืออาจจะสูงกว่านี้เพราะคนที่เป็นไม่อยากบอกว่าเป็นโรคนี้ บางคนอายหรือกลัวโดนตรวจภายในก็ไม่ยอมหาหมอ โรคนี้เจอได้ทั่วโลกค่ะ ฝรั่งก็เป็น แถบตะวันออกกลางก็มีงานวิจัยโรคนี้เยอะ บางคนเป็นทั้งที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือบางคนมาเป็นภายหลังก็ได้ (อดีตมีเพศสัมพันธ์ได้ปกติแต่โรคนี้มาเกิดในภายหลัง) สาเหตุอาจเกิดจากประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดีในอดีต หรือได้รับการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดในเรื่องเพศ ความเชื่อทางศาสนา ภาวะวิตกกังกล ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ หรือบางคนก็ "เป็นของมันเอง" ก็มีเหมือนกัน ซึ่งเราเป็นอย่างหลังสุด


นอกจากความกลัวและความเจ็บแล้ว vaginismusทำลายความมั่นใจ สร้างความทุกข์ทรมาณ หดหู่และบั่นทอนความสัมพันธ์คู่สมรสอย่างแสนสาหัสทั้งกับฝ่ายชายและฝ่ายหญิง บางคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือเป็นสาเหตุของการหย่าร้าง

อยากเล่าอยากแชร์อยากถามคนอื่นก็ไม่ได้เพราะสังคมไทยมองเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย คนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ (คนที่ฟังคงนึกว่าฝ่ายชายไม่มีฝีมือ หรือมักบอกว่าครั้งแรกๆก็อย่างงี้แหละกินเหล้าให้เคลิ้มก็ได้เอง แต่ความจริงไม่เกี่ยวเลยค่ะ เพราะมันเป็นโรคจริงๆ) และเป็นโรคที่รักษากันไม่ง่าย ไม่ใช่คุณหมอหรือนักจิตวิทยาทุกท่านจะชำนาญในการรักษา ไปหาหมอบางท่านกลับมาจิตตกกว่าเดิมก็มี

นอกจากนี้ ผู้โพสต์รายนี้ยังได้แนะนำวิธีรักษาโรคดังกล่าวด้วยว่าควรพบสูติแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรค ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น เช่นความผิดปกติทางกาย การรักษามักต้องใช้หลายๆวิธีร่วมกันและอาจต้องพบจิตแพทย์ร่วมด้วย พร้อมเผย ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ จนขณะนี้เธอและสามีสามารถก้าวข้ามความผิดปกติและสามารถมีเซ็กส์แบบสอดใส่ได้เหมือนคนรักทั่วไปได้แล้ว


ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ

- อย่างแรกคือการยอมรับกับตัวเองว่าเราเป็นโรคนี้ เปิดใจว่าจะรักษาและปรับมุมมองว่าเพศสัมพันธ์เป็นธรรมชาติมนุษย์ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและตั้งเป้าหมายว่าจะดีขึ้น
- สลายความกลัว เริ่มทำความรู้จักร่างกายตัวเอง ทักทายว่าส่วนต่างๆของ"ของสงวน" คืออะไร ท่องไปในใจไม่ผิด-ไม่เจ็บ-ไม่กลัว ลองเปิดภาพวาดเหมือนจริงที่เป็นวิชาการคู่ไป (เราตอนแรกแค่ดูรูปยังรู้สึกอึดอัดแต่ท่องว่านี่คือการเรียนรู้นะ ดูไปจะเริ่มชินขึ้น ต่อมาลองส่องกระจกดู ใช้นิ้วสัมผัสเบาๆภายนอกได้) เรียนรู้ความรู้สึกตัวเองถึงความรู้สึกเมื่อโดนสัมผัสว่าไม่ได้เจ็บ ไม่ต้องกลัว เมื่อเรียนรู้ความรู้สึกตัวเองเมื่อสัมผัสภายนอกได้ อาจลองสัมผัสเข้าไปในช่องคลอด อาจเริ่มจากนิ้วมือ หรือไม่พันสำลีก่อน เมื่อชินมากขึ้นก็สามารถค่อยๆผ่านลึกขึ้นและปรับเพิ่มจำนวนนิ้วมือได้ ทำวันละนิดแต่พยายามทำทุกวันค่ะ (ตอนเริ่มเราใส่อะไรไม่ได้เลยค่ะ แม้แต่ปลายไม้พันสำลี)
- ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยรวมและเฉพาะจุด (relaxation exercise) มีหลายเทคนิก บางคนใช้การทำสมาธิ ฝึกหายใจ (นึกถึงท่าศพในโยคะที่ผ่อนคลายทุกส่วนในร่างกาย)
- ฝึกขมิบช่องคลอด (Kiegel exercise) อันนี้ทำให้เราควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น รู้จักการ  "contract and relax" กล้ามเนื้อช่องคลอด
- ปรับขนาดการสอดใส่ ถ้าเริ่มสอดนิ้วมือได้ ลองค่อยๆเพิ่มจำนวนนิ้วมือหรืออาจใช้วัตถุอื่นที่มีลักษณะเป็นแท่งเลียนแบบอวัยวะเพศชาย เช่น vaginal dilator (เป็นกึ่งๆอุปกรณ์การแพทย์ ไม่ใช่ของลามกอนาจาร สั่งจากในinternetได้) ซึ่งมักมาหลายๆขนาด เริ่มฝึกจากขนาดเล็กสุดที่ไม่เจ็บไม่กลัว เมื่อสอดได้สำเร็จก็ค่อยๆปรับขนาดขึ้นจนชิน (ควรใช้สารหล่อลื่น เช่น ky jellyช่วยลดการเสียดสี) ถ้าเริ่มติดหรือเจ็บ ก็เอาเทคนิกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการขมิบช่องคลอดมาใช้ค่ะ (ที่ฝึก relax มาก็จะมีประโยชน์ตอนนี้) การใช้สารหล่อลื่นและอยู่ในบรรยากาศผ่อนคลาย (เราชอบเปิดเพลงคลอไปเบาๆ) จะช่วยให้ทำได้ง่ายขึ้นมาก ใจเย็นๆให้เวลากับการฝึกในแต่ละครั้งและควรฝึกอย่างสม่ำเสมอจะยิ่งเห็นผลเร็ว (เราให้เวลากับตัวเองวันละชั่วโมง ถ้าช่วงไหนฝึกทุกวันจะก้าวหน้าเร็วมาก)



ขอบคุณ ข้อมูล :  เว็บไซต์ พันทิป

หมายเหตุ : ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
Loading...