#ผิดพลาดมาทั้งชีวิต !!!? “ชายหนุ่ม” ติดคุกมานาน 15 ปี ภรรยาไม่เคยไปเยี่ยมสักครั้ง! พอออกคุก-กลับบ้าน ถึงได้รู้ความจริง ทำเอาน้ำตาไหลไม่รู้ตัว!!! - Jaisanook
Loading...

Latest

#ผิดพลาดมาทั้งชีวิต !!!? “ชายหนุ่ม” ติดคุกมานาน 15 ปี ภรรยาไม่เคยไปเยี่ยมสักครั้ง! พอออกคุก-กลับบ้าน ถึงได้รู้ความจริง ทำเอาน้ำตาไหลไม่รู้ตัว!!!

Loading...

*ไม่นานมานี้เอง สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายหม่าถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในคุกไม่เคยใครมาเยี่ยมเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานก็ไม่เคยมาให้เห็นหน้าเห็นตาเลยสักครั้ง เขาจึงรู้ว่าตัวเองว่าถูกทอดทิ้งแล้ว จนกระทั่งมาถึงวันที่ออกมาจากเรือนจำก็ไม่มีใครมารับ เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังที่พักอาศัยที่เคยอยู่ในอดีต แต่คนแถวนั้นบอกว่าบ้านหลังนี้ขายไปแล้วเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนี้ถูกปล่อยร้างไว้ ในเวลานี้เขาจึงไม่รู้ว่าจะติดต่อพ่อแม่ของเขาอย่างไร …


*เขาจึงไปหาเพื่อนสนิทเพื่อยืมเงิน แต่ทุกคนที่เขาเคยรู้จักก็ย้ายที่อยู่และเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แล้ว เขาจึงต้องหางานทำเพื่อเก็บเงินกลับบ้านนอก แต่ก็ไม่มีใครกล้าจ้างเขาเพราะเขาเคยติดคุกมาก่อน เขาจึงต้องไปทำงานก่อสร้าง ผ่านไปหนึ่งเดือนจึงมีเงินซื้อตั๋วเดินทางกลับบ้าน

เมื่อเขามาถึงบ้านนอก ทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก หลังจากทำใจสักพัก เขาจึงกล้าเดินไปที่บ้าน เมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาพบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาจึงถามว่านี่ใช้บ้านของคนแซ่หม่าใช่ไหม เด็กชายพยักหน้าตอบด้วยอาการสั่นกลัว หลังจากนั้นประตูบ้านจึงเปิดออก เขาพบกับผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณสี่สิบกว่า เธอโบกมือเรียกเด็กคนนั้น


.. เธอตะโกนว่า “รีบกลับเข้าบ้านเร็วลูก แม่บอกแล้วไงว่าอย่าไปคุยกับคนแปลกหน้า” ซึ่งเขาจำเสียงของเธอได้ เป็นเสียงของภรรยาของเขาที่คุ้นเคยดี เธอชื่อ “ซิ่ว” แต่ดูแล้วตอนนี้เธอดูแก่ขึ้นเยอะและไม่ได้ดูสวยเหมือนแต่ก่อนแล้ว เขาตะโกนเรียกชื่อเธอ เธอได้ยินจึงรีบไปจับมือลูกชายและร้องไห้ เด็กคนนั้นมองหน้าเขาอย่างประหลาดใจ ต่อมาเขาจึงรู้ว่าเด็กคนนั้นคือลูกชายของเขาเอง และแม่ของเขาได้กลายเป็นอัมพาต ส่วนพ่อได้เสียชีวิตลงหลังจากที่เขาติดคุกได้เพียงไม่กี่วัน ทำให้ภรรยาต้องดูแลแม่ของเขา ตอนที่แม่ได้ข่าวว่าลูกชายไปฆ่าคนตายก็ตกใจจนเป็นลมหมดสติและล้มป่วย ภรรยาของเขาไม่ได้ทอดทิ้งเขาไป เธออยู่ดูแลแม่ และในตอนนั้นเธอยังตั้งครรภ์อีกด้วย …


* หลังจากที่เขาติดคุก ภรรยาของเขาก็เพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ ผ่านไปไม่นานพ่อของเขาเกิดประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ส่วนแม่ของเขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมหาที่เรือนจำเลย อีกทั้งยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมากมายที่บ้าน เธอจึงไม่สามารถปลีกตัวไปได้เลย ตอนนั้นเธอไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลจึงพาแม่กลับบ้านนอก หลังจากคลอดลูกก็ต้องดูแลทั้งแม่และลูก เธอบอกว่าเหนื่อยและท้อใจหลายครั้ง แต่ลูกชายเธอว่านอนสอนง่ายจึงทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป …


*เธอดีใจที่สามีออกมาจากคุก แต่ก็เสียใจที่ไม่เคยได้ไปเยี่ยมหาเขา แต่เขาก็ให้อภัยเธอ และดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกและภรรยา เขาซาบซึ้งที่ภรรยาเสียสละตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้ลูกชายของเขายังไม่กล้าคุยและเรียกเขาว่าพ่อ ลูกเขาดูเหมือนจะโตเกินวัยที่ควรจะเป็น วันนั้นนายหม่าตัดสินใจว่าจะไม่ทำให้ภรรยาเขาต้องลำบากอีก


*ในวันถัดมา นายหม่า ได้ทำงานทุกอย่างในบ้าน พร้อมกับทำอาหารครบสามมื้อให้ทุกคน เขาดูแลแม่ด้วยสีหน้ามีความสุข เขาคิดว่าโชคดีที่ไม่ถูกภรรยาทอดทิ้ง ตอนนี้เขาไม่ได้เหลือแค่ตัวคนเดียวอีกแล้ว เขายังมีครอบครัวให้ดูแล เขาปลูกผลไม้ในพื้นที่เกือบหนึ่งไร่หลังบ้าน หวังว่าสักวันจะได้นำไปขายที่ตลาด ถึงแม้ว่าลูกชายจะยังไม่เรียกเขาว่าพ่อ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้น …


*ลูกชายเริ่มชวนคุยบ้างแล้ว ถึงจะไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขายิ้มได้ ผ่านไปสามปี เขามีเงินเก็บจนสามารถซ่อมแซมบ้าน เขาได้จ้างคนมาดูแลสวนผลไม้ ช่วงนั้นลูกชายเขาเริ่มเรียกพ่อบ้างแล้ว หลังเลิกเรียนทุกวัน ลูกชายมักจะเข้าสวนไปช่วยดูแล เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากไม่ได้พบกับภรรยา ชีวิตของเขาและแม่ในวันนี้อาจจะแย่กว่านี้ก็เป็นได้ เขาคิดในใจว่าเวลาเพียงแค่สามปี ยังไม่อาจชดเชยความลำบากของภรรยาที่ผ่านมาได้เลย


ถึงแม้ว่าเขาจะเคยทำผิดมาก่อน แต่ในวันนี้เขาก็สามารถกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ สังคมก็พร้อมที่จะให้อภัยจริงไหมคะ สาเหตุหนึ่งที่ชีวิตของเขาดีขึ้นก็เพราะว่ามีภรรยาที่ดีอยู่เคียงข้าง เธอเปรียบเสมือนแสงเทียนที่ส่องทางให้แก่ชีวิตเขา ให้เดินทางได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย …

ดังนั้น คนที่ผิดหรือพลาดไปแล้ว หากพยายามตั้งสติประพฤติตนเป็นคนใหม่ คนที่ผิดแล้วยอมรับผิดและเรียนรู้ที่จะกลับตนเป็นคนดี นับได้ว่าเป็นบุคคลที่น่าสรรเสริญและเป็นคนที่มีอนาคตสดใสได้ …


ขอบคุณที่มา : liekr
Loading...