11ขวบขายแรงแลกเงิน50บ. ขอข้าวรร.เลี้ยงแม่อัมพฤกษ์... - Jaisanook

Latest

11ขวบขายแรงแลกเงิน50บ. ขอข้าวรร.เลี้ยงแม่อัมพฤกษ์...

Loading...
จะให้ทำอย่างไรเมื่อเหลือเพียง 2 ชีวิต ที่อาศัยภายในบ้านชั้นเดียว เลขที่ 84/4 หมู่ 9 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก “น้องอ้อม” ยอมสละเวลาทิ้งความสนุก ทำงานใช้แรงแลกเงินที่โรงงานขนมจีนละแวกบ้าน ค่าแรงวันละ 50 บาท


“เด็กหญิงหัวใจแกร่ง” ชาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่ต้องหาเลี้ยง “แม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์” เธอใช้ชีวิตอย่างไร จะมีใครเห็นความอุตสาหะยอดกตัญญูของเธอหรือไม่ หรือชีวิตถูกกำหนดมาแล้ว โชคชะตาจึงต้องเป็นเช่นนี้...

เด็กหญิงหัวใจเพชร” ผู้นี้ชื้อว่า “นิชาภา โนนมี” หรือ “น้องอ้อม” อายุเพียง 11 ปี เธอเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านขอนซุง หมู่ 4 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย และต้องกลายเป็น “หัวหน้าครอบครัว” อาศัยอยู่กับแม่ “นางแจ๋ว ลอยเลิศ” ที่ป่วยพิการอัมพฤกษ์มากว่า 4 ปี


ช่วงชีวิตวัยเด็กของเธอได้หายไปครึ่งหนึ่ง ไม่มีเวลาอิดออดให้ได้เล่นกับเพื่อนๆ หลังเลิกเรียนเหมือนใครๆ เพราะด้วยความจำเป็น ทุกๆ วันหลังเลิกเรียน เธอจะขอครูแบ่งอาหารกลางวัน เร่งรีบปั่นจักรยานคันเก่งของเธอ เป็นระยะทาง 3 กม. เพื่อกลับบ้านนำกับข้าวไปแบ่งให้แม่กิน

จะให้ทำอย่างไรเมื่อเหลือเพียง 2 ชีวิต ที่อาศัยภายในบ้านชั้นเดียว เลขที่ 84/4 หมู่ 9 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก “น้องอ้อม” ยอมสละเวลาทิ้งความสนุก ทำงานใช้แรงแลกเงินที่โรงงานขนมจีนละแวกบ้าน ค่าแรงวันละ 50 บาท

ผู้เป็นแม่น้ำตาไหลอาบแก้ม ทุกๆ ครั้งที่ได้กอดลูกสาวตัวน้อย รำพึงรำพันตัดพ้อ “ร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้ลูกต้องมีชีวิตยากลำบาก”


ความกตัญญูทำงานหาเลี้ยง “แม่ป่วยอัมพฤกษ์” ตามลำพังมาตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งวัยเพียงเท่านี้ คงยากที่จะแบกรับมรสุมชีวิตไว้ได้ทั้งหมด แต่ต้องยอมรับว่าหัวใจเธอใหญ่เกินตัวเสียจริงๆ แม้ค่าแรงเพียงวันละ 50 บาท เธอยังมีวิธีออมอย่างน่าทึ่ง เพราะต้องจุนเจือเลี้ยง 2 ปากให้อยู่รอดในวันรุ่งขึ้น

“50 บาท หนูจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เก็บไว้ซื้อของจำเป็น 10 บาท ใช้กินขนมส่วนตัว 20 บาท และอีก 20 บาท ให้แม่”

จากคำพูดของ “นายนเรศ ศรีม่วง” ผอ.โรงเรียนบ้านขอนซุง บอกว่า “น้องอ้อม” เป็นเด็กขยัน เรียนดี ความประพฤติเรียบร้อย และยังเป็นหัวหน้าห้องอีกด้วย จึงเตรียมเสนอชื่อเพื่อขอรับทุนการศึกษาจากทาง สปพ.สุโขทัย เขต 2 และขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ได้เกรดเฉลี่ยถึง 3.6 ฝันอยากเป็นครู ชีวิตของเด็กคนนี้สมควรได้รับการสนับสนุนหรือไม่ ความดีนี้จะทำให้เด็กหญิงตัวเล็กหัวใจใหญ่วัย 11 ขวบผู้นี้ ประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างแน่นอน...

กว่า 4 ปี ที่ “น้องอ้อม” ทำทุกอย่างเพื่อแม่ เธอรู้ดีแม้จะรักษาอาการป่วยอัมพฤกษ์ของแม่ให้หายขาดไม่ได้ก็ตาม ดังนั้นความทุกข์ยากลำบากในชีวิตครั้งนี้ จึงกำหนดให้ต้องเป็น “หัวหน้าครอบครัว” มาโดยตลอด แต่แล้วฟ้าที่ครึ้มมานานแสนนาน ในเรื่องร้ายๆ ต้องมีความโชคดีเข้ามา กลับมีแสงสว่างเรืองๆ ให้เธอและแม่ได้เห็น


“นายปิติ แก้วสลับสี” ผวจ.สุโขทัย ได้นำคณะลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน อีกทั้ง “พระโสภณ์ธรรมวงศ์” (เจ้าคุณถนอม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ เล็งเห็นถึงความกตัญญู จึงมอบเงินส่วนหนึ่งให้ 10,000 บาท พร้อมด้วยอีก 2-3 หน่วยงาน นำข้าวของและอาหารมาบรรเทาความทุกข์ยาก

“ไม่คิดว่าจะมีคนช่วยเยอะขนาดนี้ หนูจะตั้งใจเรียนให้จบชั้นปริญญาตรี เพื่อสานฝันอาชีพครูให้สำเร็จ จะได้นำความรู้ไปสอนคนอื่น และจะตั้งใจทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนและวันหยุด”

คำพูดนี้ใช่หรือไม่ที่เรียกว่า “ความคิด” ของเด็กบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความ “ใสซื่อ” ปราศจากสิ่งปรุงแต่งอื่นใด!!

คน “กตัญญู” ไม่มีตกต่ำ จงทำต่อไป แม้อยู่แบบพอเพียง ก็มีความสุขแล้ว “น้องอ้อม” เธอต้องสู้เพื่ออนาคต นี่แหละความเด็ดเดี่ยวของ “เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 11 ปี”.


ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/article/507760
Loading...